ปภ.คุมเข้มการเผาในพื้นที่เกษตร แก้ปัญหา PM 2.5 ตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไม่น้อยกว่า 15%
ปภคุมเข้มการเผาในพื้นที่เกษตรแก้ปัญหาPMตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไม่น้อยกว่า
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในช่วงปี 2568 - 2569 ประเทศไทยยังคงพบจุดความร้อนจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ ‘การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง’ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568–2570 และระยะ 5 ปีต่อไป รวมถึงมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ประสานทุกจังหวัดให้เฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมใช้กลไกการแจ้งเตือนรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนให้สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย และทบทวนจัดทำแผนเผชิญเหตุให้เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะข้อมูลพื้นที่เสี่ยง ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ทรัพยากร เครื่องจักรกล และการมอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน พร้อมทั้งจัดให้มีการซักซ้อมแผนปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ โดยใช้กลไกของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในทุกระดับ ประสานการปฏิบัติร่วมกับฝ่ายทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถสนับสนุนการแก้ไขในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และที่สำคัญเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชน โดยอาศัยกลไกฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการกำหนดกฎ กติกา ข้อตกลงร่วมกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อกำกับพฤติกรรมลดการเผาในที่โล่งและลดฝุ่นละออง และหากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน หรือฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มรุนแรงหรือเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ให้ยกระดับการปฏิบัติอย่างเข้มข้น ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การจัดตั้งชุดลาดตระเวนและจุดตรวจ การดูแลผลกระทบต่อประชาชน การพิจารณามาตรการด้านสาธารณสุขและการศึกษา การสื่อสารแจ้งเตือนสถานการณ์ต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการพิจารณาประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน
ขณะเดียวกัน การดูแลและควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมที่ยังพบจุดความร้อนจำนวนมาก หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา ในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2568/2569 โดยมีเป้าหมายการดำเนินงานให้พื้นที่เกษตรทั่วประเทศ ลดการเผาไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ในพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ นาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงาน ที่จะต้องลดการเผาลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมติดตามจำนวนจุดความร้อน พื้นที่เผาไหม้ และปริมาณเศษวัสดุการเกษตรที่นำไปใช้ประโยชน์แทนการเผาอย่างใกล้ชิด โดยมี 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่
1. การเฝ้าระวัง สร้างการรับรู้ และป้องปรามการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมระบบ VIIRS ติดตามจุดความร้อนและพื้นที่เผาไหม้แบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้ในพื้นที่ หากตรวจพบการเผาในพื้นที่เกษตรจะถูกตัดสิทธิการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนและการช่วยเหลือจากภาครัฐ และกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ตั้งแต่การเตือน ชะลอการออกเอกสารสิทธิ ไปจนถึงการสิ้นสิทธิการครอบครองที่ดิน
2. การบริหารจัดการเผาและการใช้ประโยชน์เศษวัสดุการเกษตร โดยบริหารการเผาภายใต้ระบบลงทะเบียน ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่ครอบคลุมช่วงเวลา จำนวนพื้นที่ การควบคุมดูแล ขั้นตอน และผู้รับผิดชอบในการประกาศให้เกษตรกรรับทราบ ซึ่งกรณีจำเป็นต้องใช้ไฟ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนและขออนุญาตบริหารจัดการการเผาผ่านระบบ “Burn Check” ทั้งทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ รวมถึงดันเศษวัสดุเกษตรสู่พลังงานชีวมวล และโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อลดการเผาทำลายในพื้นที่
3. การกำหนดมาตรการมิให้นำเข้าสินค้าเกษตรที่มีการเผาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ต้องผ่านการตรวจสอบย้อนกลับว่าปลอดการเผา เพื่อป้องกันการถ่ายโอนปัญหาฝุ่น PM2.5 ข้ามพรมแดน
4. การส่งเสริมการเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยในปีงบประมาณ 2569 มีการจัดสรรงบประมาณกว่า 250 ล้านบาท ดำเนินโครงการส่งเสริมการเกษตรปลอดการเผา รวม 21 โครงการ ครอบคลุมการไถกลบตอซัง การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การแปรรูปวัสดุเหลือใช้ การปลูกพืชมูลค่าสูง และการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในพื้นที่สูง
- 最近发表
-
- เปิดศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารร่วมไทย
- 台北大规模袭击案致4死5伤,台媒起底凶手背景:曾自导自演酒驾被军方汰除
- ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร ขยายสิทธิการเข้าถึงและใช้กัญชาในสหรัฐฯ
- 小岛谈AI:利用AI来设计敌人 从而提升游戏深度
- ‘จ๋าย ไททศมิตร’ชี้พรรคส้มจะแก้ รธน.ทำไมนักหนา เอาเวลาไปแก้การศึกษาดีกว่า เด็กได้เข้าใจทำไมต้องแก้
- 李玉玺再发全创作专辑 MV《Goodbye My Lover》今日首播
- 16 dead after father and son open fire on Australian beach in Jewish attack
- 卢卡超级三双不手软 詹姆斯再秀隔扣轻伤不退赛
- Supermicro 将企业级人工智能性能引入客户端、边缘与消费市场
- “ศิโรตม์”แซะ ภท.กล้าทำพิธีปิดซีเกมส์พังยันวันสุดท้าย
- 随机阅读
-
- 垃圾分类亲子同行,美丽城镇你我共建
- 户外街道两分类不锈钢垃圾箱,让环保与美学并行
- 《塔瑞斯世界》终测充值介绍
- 智能垃圾分类箱的未来发展与挑战
- 中柬泰三方抚仙会晤新闻公报(全文)
- 人教版七年级上册六单元作文:人类起源神话的魅力
- 俗话说“春捂秋冻,不生杂病”,以下哪种做法更适合秋季养生?蚂蚁庄园9.21日答案
- 智能垃圾分类箱的未来发展与挑战
- 今年起单位代扣代缴增值税,个人偷税将变难
- 卢卡超级三双不手软 詹姆斯再秀隔扣轻伤不退赛
- "ตะวันฉาย"ขอบคุณทุกกำลังใจหลังถูกนักชนจีนเตะขาหัก ชี้ตอนนี้ขอรักษาตัวก่อน
- 提升Git体验:探索Gitui——高效的终端UI工具
- 看《摔跤吧!爸爸》有感
- Stirling PDF
- 合肥市:集名家名角 荟经典剧目
- 新房装修需要注意哪些 新房装修步骤有哪些
- 岳喜环:当好社区居民的“贴心大姐”
- 山西经作蓖麻科技有限公司
- 张雨绮婚讯公开 感恩关心收获祝福
- 芜湖敬老爱老先进典型获全国表彰
- 搜索
-
- 友情链接
-
- Walz 2024 comments in childcare go viral amid Minnesota daycare fraud probe
- 足彩头奖空开二等63万滚存1034万 本周六派1200万
- 酷我音乐怎么关闭自动续费 自动续费关闭攻略
- 侠客回忆录2免费有效兑换码 2024最新兑换码大全
- ราคาทองคำครั้งที่ 17 ขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายออก 66,800 บาท
- นักสกีรวมตัวแปรขบวนเป็นรูปหัวใจ ไว้อาลัยเหยื่อไฟไหม้บาร์ที่สวิส
- 侠客回忆录2免费有效兑换码 2024最新兑换码大全
- 缓解鸡翅的油腻感 柚子茶煎鸡翅
- 漫染级浪漫!北京晚霞登场,随手一拍即屏保
- 爱科百发宣布复方氯丝右哌甲酯胶囊(爱智达®)在中国获批用于治疗注意缺陷多动障碍
- Minnesota mayors demand answers on alleged $9 billion fraud crisis
- 史上最长春节假期将至,Airbnb爱彼迎邀你玩转新西兰户外宝藏
- Tàu cao tốc đâm phải đàn voi khoảng 100 con ở Ấn Độ
- 恶魔秘境秘法守护者500魂地狱黑塔攻略
- 嗨播直播助手安装使用方法
- 道士技能之无极真气和噬血术介绍
- 植物大战僵尸融合版究极植物怎么解锁 究极植物解锁攻略
- 樟茶鸭:四川传统名菜
- 在家也可做出香滑的西式浓汤:奶油蘑菇汤
- 双色球开18注621万分落8地 深圳或爆3726万大奖